หะดีษเกี่ยวกับอัล-อัสมาอฺวัลอะฮ์กาม (นามและข้อตัดสินชี้ขาด)

อิสลาม > Th > ฮาดีษ > อัล-อัสมาอฺวัลอะฮ์กาม (นามและข้อตัดสินชี้ขาด)

63 หะดีษของท่านนบีพร้อมคำอธิบายเกี่ยวกับ «อัล-อัสมาอฺวัลอะฮ์กาม (นามและข้อตัดสินชี้ขาด)»: ข้อความภาษาอาหรับ คำแปล คำอธิบายและบทเรียน พร้อมระดับความถูกต้องและแหล่งอ้างอิง

อัปเดตเมื่อ 27 ตุลาคม 2026 เวลา 14h02

รายการหะดีษเกี่ยวกับอัล-อัสมาอฺวัลอะฮ์กาม (นามและข้อตัดสินชี้ขาด)

เศาะฮีห์ มุสลิม(ที่แท้จริง) คือ ผู้ที่บรรดาชาวมุสลิมปลอดภัยจากลิ้นและมือของเขา และมุฮาญิร(ผู้อพยพ) คือ ผู้ที่ละทิ้งสิ่งที่อัลลอฮ์ได้ทรงห้ามไว้” เศาะฮีห์ ผู้ใดที่ชักอาวุธออกมาเพื่อคุกคามเรา ดังนั้น เขาไม่ใช่พวกเรา เศาะฮีห์ “พวกเจ้าจงรีบเร่งปฏิบัติความดี ก่อนที่ความวุ่นวาย ดังกลางคืนที่มืดมิด เศาะฮีห์ ً"โอ้อัลลอฮ์ได้โปรดอย่าทำให้สุสานของฉันเป็นที่บูชา เศาะฮีห์ ผู้ใดสาบานต่อสิ่งอื่นจากอัลลอฮ์ แท้จริงเขาได้ปฏิเสธศาสนาหรือได้ตั้งภาคีแล้ว เศาะฮีห์ “แท้จริงการละหมาดที่เป็นภาระหนักที่สุดสำหรับผู้กลับกลอกคือการละหมาดอิชาอ์และละหมาดฟัจร์ และหากพวกเขารู้ถึงคุณค่าที่มีอยู่ในละหมาดทั้งสองเวลานั้น แน่นอ เศาะฮีห์ “ผู้ใดเชิญชวนไปสู่ทางนำ เขาจะได้รับผลบุญเท่ากับผลบุญของผู้ที่กระทำตามเขา โดยที่ผลบุญของพวกเขานั้นจะไม่ลดน้อยลงแต่ประการใด หะซัน แท้จริง สิ่งที่ฉันกลัวที่สุดที่จะเกิดขึ้นกับพวกเจ้า คือ ภาคีเล็ก พวกเขาถามว่า "อะไรคือภาคีเล็กหรือโอ้ท่านเราะซูลุลลอฮ์? ท่านตอบว่า: การโอ้อวด เศาะฮีห์ “เรื่องลางร้ายเป็นการตั้งภาคี เรื่องลางร้ายเป็นการตั้งภาคี เรื่องลางร้ายเป็นการตั้งภาคี (สามครั้ง) และไม่มีใครในหมู่พวกเราที่ไม่คิดขึ้นในใจเกี่ยวกับเร เศาะฮีห์ แท้จริงเจ้านั้น จะต้องไปหากลุ่มชนกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นชาวคัมภีร์ เมื่อไปถึงพวกเขา จงเรียกร้องเชิญชวนพวกเขา ให้ยอมรับในการกล่าวคำปฏิญาณว่า "ไม่มีพระเจ้าอ เศาะฮีห์ โอ้มนุษย์ทั้งหลาย พวกเจ้าจงระวังการเลยเถิดในศาสนา เพราะแท้จริงกลุ่มชนก่อนหน้าพวกเจ้าได้พินาศก็เพราะการเลยเถิดในศาสนา เศาะฮีห์ ไม่มีโรคระบาด ไม่มีเรื่องลางดีลางร้าย ไม่มีเรื่องลางเกี่ยวกับนกฮูกและเดือนซอฟัร และจงหนีจากคนที่เป็นโรคเรื้อนเหมือนหนีจากสิงโต เศาะฮีห์ ผู้ใดที่ได้พบกับอัลลอฮ์ โดยที่เขาไม่ยึดสิ่งใดเป็นภาคีต่อพระองค์ เขาจะได้เข้าสวรรค์ และผู้ใดที่ได้พบกับอัลลอฮ์ โดยที่เขาตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์ เขาจะตกนรก เศาะฮีห์ จากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ท่านได้กล่าวเกี่ยวกับชาวอันศอร ว่า "ไม่มีผู้ใดรักพวกเขา นอกจากผู้ศรัทธา และไม่มีผู้ใดเกลียดชังพวกเขา นอกจากผู้กล เศาะฮีห์ ไม่มีศาสดาท่านใดที่อัลลอฮ์ได้ส่งมายังกลุ่มชนหนึ่งก่อนหน้าฉัน เว้นแต่จะมีสำหรับเขาซึ่งจากกลุ่มผู้สนับสนุนอย่างใกล้ชิดและบรรดาสาวก พวกเขาจะยึดตามแนวทางข เศาะฮีห์ เขาจะประสบความสำเร็จ หากเขามีความสัตย์จริง เศาะฮีห์ ฉันได้ถูกใช้ให้ทำการต่อสู้กับผู้คน จนกระทั่งพวกเขาจะกล่าวคำปฏิญาณตนว่า ไม่มีพระเจ้า​อื่น​ใด​ที่​ควร​ได้รับ​การ​เคา​ร​พอ​ิ​บา​ดะ​ฮ​์​ นอกจาก​อัลลอฮ์เพี เศาะฮีห์ ด้วยการรวมทุกสายรายงาน “เจ้าได้ถามฉันเกี่ยวกับสิ่งที่ยิ่งใหญ่ และแท้จริงมันเป็นเรื่องง่ายสำหรับผู้ที่อัลลอฮ์ทรงทำให้มันง่ายสำหรับเขา เศาะฮีห์ “ผู้ใดสร้างสิ่งที่ไม่มีในคำสอนของเรา ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีอยู่ในนั้น สิ่งนั้นจะถูกปฏิเสธ เศาะฮีห์ “อย่าฆ่าเขา เพราะถ้าเจ้าฆ่าเขา แท้จริงเขาอยู่ในตำแหน่งที่เจ้าเป็นก่อนที่เจ้าจะฆ่าเขา(เขาเป็นมุสลิม) และเจ้าจะอยู่ในตำแหน่งของเขา ก่อนที่เขาจะพูดคำที่เ เศาะฮีห์ เปรียบเทียบบรรดาผู้ศรัทธาในด้านความรัก ความเอ็นดูเมตตา และการให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลของพวกเขาที่มีต่อกันนั้น เปรียบเสมือนกับเรือนร่างเดียวกัน เมื่ออว เศาะฮีห์ ไม่ใช่พวกของเรา สำหรับผู้ที่ตบแก้ม ฉีกกระเป๋า และการวิงวอน ที่เป็นการวิงวอนของชาวญาฮิลียะฮ์ (ยุคก่อนอิสลาม) หะซัน ไม่ใช่พวกเรา ผู้ซึ่งกระทำตะฏ็อยยุร(การเชื่อในเรื่องลางบอกเหตุต่างๆ) หรือให้ผู้อื่นทำตะฏ็อยยุรให้เขา หรือผู้ที่ทำนายอนาคต หรือให้ผู้อื่นทำนายให้เขา หรื เศาะฮีห์ ผู้ใดไปหาหมอดู แล้วถามเขาถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่ง การละหมาดของเขาจะไม่ได้รับการตอบรับเป็นเวลาสี่สิบคืน เศาะฮีห์ ผู้ใดที่รับความรู้เกี่ยวกับโหราศาสตร์สาขาใดสาขาหนึ่ง แท้จริงแล้วเขาได้เรียนสาขาหนึ่งเกี่ยวกับไสยศาสตร์แล้ว ซึ่งหากเขาได้เรียนรู้สาขานั้นมากเท่าไร เรื่ เศาะฮีห์ มีสองอย่างในหมู่ผู้คนที่ถือเป็นการปฏิเสธความเชื่อ: การดูหมิ่นสายเลือด และการแสดงความเสียใจอย่างเกินจริงต่อผู้ที่เสียชีวิต เศาะฮีห์ “ การศรัทธานั้นมีเจ็ดสิบ หรือหกสิบกว่าแขนง ที่ประเสริฐสุดคือการกล่าวคำว่า ลาอิลาฮะอิลลัลลลอฮฺ (ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ควรแก่การเคารพสักการะที่แท้จริงนอก เศาะฮีห์ “อิสลามถูกสร้างขึ้นบนหลักห้าประการ เศาะฮีห์ ใครก็ตามในหมู่พวกท่านที่พบเห็นความชั่วอันใดอันหนึ่ง เขาก็จงเปลี่ยนแปลงมันด้วยมือของเขา หากเขาไม่มีความสามารถก็จงเปลี่ยนแปลงด้วยลิ้น (ด้วยคำพูดหรือการต เศาะฮีห์ ผู้ใดกระทำความดีในยุคสมัยอิสลาม เขาจะไม่ถูกลงโทษสำหรับการกระทำของเขาในยุคสมัยก่อนอิสลาม หากแต่ผู้ใดกระทำความชั่วในยุคสมัยอิสลาม เขาจะถูกลงโทษทั้งการกร เศาะฮีห์ ท่านมีความเห็นอย่างไร หากฉันได้ทำการละหมาดตามที่ถูกบัญญัติไว้ ฉันถือศีลอดในเดือนเราะมะฎอน และสิ่งที่อนุมัติฉันก็ยึดถือ และสิ่งที่ต้องห้ามฉันก็ยึดถือ เศาะฮีห์ ความสะอาดเป็นครึ่งหนึ่งของการศรัทธา และการกล่าว "อัลหัมดุลิลลาฮ์" ผลบุญของมันจะเต็มตาชั่งในวันกิยามะฮ์ การกล่าวว่า "สุบหานัลลอฮ์และ อัลหัมดุลิลลาฮ์" ผ เศาะฮีห์ เพราะเขาไม่เคยกล่าว "رب اغفرلي خطيئتي يوم الدين เศาะฮีห์ พวกเจ้ารู้ไหมว่าพระผู้อภิบาลของพวกเจ้าได้กล่าวไว้อย่างไร?" พวกเขาตอบว่า "อัลลอฮ์และเราะซูลของพระองค์เท่านั้นที่รู้ดียิ่ง" ท่านกล่าวต่อว่า "พระองค์อัลล เศาะฮีห์ แท้จริงพวกเรา รู้สึกมีอะไรบางอย่างในบางคนในหมู่พวกเราเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ใหญ่เกินกว่าพวกเราจะพูดถึงมัน ท่านกล่าวว่า "และแน่นอน พวกเจ้าได้พ เศาะฮีห์ ชัยฏอนจะมาหาคนใดคนหนึ่งในหมู่พวกเจ้า แล้วมันกล่าวว่า “ใครสร้างสิ่งนั้น? ใครสร้างสิ่งนี้?” สุดท้ายมันก็ถามว่า “ใครสร้างอัลลอฮ์” ดังนั้น เมื่อคนใดคนหนึ่ เศาะฮีห์ แท้จริง อัลลอฮ์จะไม่อธรรมต่อผู้ศรัทธาแม้จะเป็นความดีแค่หนึ่งเดียว โดยพระองค์จะตอบแทนให้บนโลกนี้ และให้การตอบแทนในวันอาคิเราะฮ์ เศาะฮีห์ เจ้าเข้ารับอิสลามบนฐานแห่งการตอบรับในความดีต่างๆ ที่ผ่านไปแล้วก่อนหน้านั้น เศาะฮีห์ อุปมาของคนกลับกลอกเหมือนแกะที่ลังเลระหว่างแกะสองฝูง บางครั้งเข้าไปอยู่กับฝูงหนึ่ง บางครั้งก็อยู่กับอีกฝูงหนึ่ง เศาะฮีห์ แท้จริงความศรัทธาในหัวใจของคนใดคนหนึ่งในหมู่พวกเจ้านั้นจะอ่อนล้าเหมือนเสื้อผ้าใหม่ที่เสื่อมสภาพ ดังนั้นจงขอต่ออัลลอฮ์เพื่อให้ความศรัทธานั้นได้ใหม่อยู่ เศาะฮีห์ ฉันจะอยู่ที่อ่างเก็บน้ำเพื่อที่ฉันจะได้ดูว่ามีใครบ้างในพวกเจ้าที่จะมาหาฉัน แต่บางคนจะถูกกันไม่ให้เข้าถึงฉัน ดังนั้นฉันจะกล่าวว่า "ข้าแต่พระผู้อภิบาลขอ เศาะฮีห์ ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้เล่าแก่พวกเรา และท่านเป็นคนสัตย์จริงและถูกรับรองในความสัตย์จริงนั้น โดยกล่าวว่า “แท้จริงการบังเกิดของพ เศาะฮีห์ ฉันคือดิมาม บิน ษะละบะฮ์ จากพี่น้องของบนูสะอัด บิน บักร์ เศาะฮีห์ พวกยิวคือกลุ่มชนที่ได้รับความโกรธกริ้วจากอัลลอฮ์ และพวกคริสเตียนคือกลุ่มคนที่หลงทาง เศาะฮีห์ จงกล่าวว่า(لَا إِلَهَ إِلَّا اللهُ) "ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์" และฉันจะเป็นพยานให้ท่านด้วยสิ่งนี้ในวันกิยามะฮ์ เศาะฮีห์ แท้จริงสิ่งที่ท่านพูดถึงและทำการเรียกร้องผู้คนนั้นมันเป็นสิ่งที่ดี หากท่านบอกเราว่า ต้องมีการชดใช้ในสิ่งที่เราได้กระทำไว้ เศาะฮีห์ แท้จริงสิ่งที่ทำให้บุคคลหนึ่งเข้าสู่การตั้งภาคีและการปฏิเสธศรัทธานั้นคือการละทิ้งละหมาด เศาะฮีห์ แท้จริงพันธสัญญาระหว่างเรากับพวกเขาคือการละหมาด ดังนั้นใครก็ตามที่ละทิ้งมัน แท้จริงเขาได้ปฏิเสธศรัทธา เศาะฮีห์ “รสชาติแห่งศรัทธาได้ถูกลิ้มรสโดยผู้ที่พึงพอใจต่ออัลลอฮ์ในฐานะพระเจ้าของเขา อิสลามในฐานะศาสนาของเขา และมูฮัมหมัดในฐานะศาสนทูตของเขา” เศาะฮีห์ สี่ประการ ผู้ใดที่มีมันทั้งหมดในตัวเขา เขาคือมุนาฟิกแท้ และผู้ใดที่ตัวเขามีลักษณะหนึ่งข้อ เขาก็มีลักษณะของการเป็นมุนาฟิกหนึ่งข้อจนกว่าเขาจะละทิ้งมันไ เศาะฮีห์ เราเคยอยู่กับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัม เมื่อครั้งยังหนุ่ม เราเรียนรู้ศรัทธาก่อนจะเรียนรู้อัลกุรอาน ต่อมาเราเรียนรู้อัลกุรอาน และศรัทธาของเรา เศาะฮีห์ ผู้ใดที่ละหมาดเหมือนกับละหมาดของเรา และผินสู่กิบละฮ์เดียวกับเรา และกินสัตว์เชือดของเรา นั่นแหละคือมุสลิม ที่มีการคุ้มครองจากอัลลอฮ์และศาสนทูตของพระองค เศาะฮีห์ เมื่อถึงยุคสุดท้ายจะมีผู้คนกลุ่มหนึ่งเป็นผู้คนอายุยังน้อย ความฉลาดก็ยังน้อย พวกเขาจะพูดถ้อยคำที่ดีที่สุดแห่งมนุษยชาติ พวกเขาจะออกไปจากอิสลามเหมือนลูกศ เศาะฮีห์ “ผู้ใดกล่าวต่อพี่น้องของเขาว่า: ‘โอ้ผู้ปฏิเสธศรัทธา (กาเฟร)’ คำกล่าวนั้นจะย้อนกลับไปยังคนหนึ่งในสองคน หากคำกล่าวนั้นเป็นความจริง คนที่ถูกกล่าวจะเป็นดั เศาะฮีห์ “อิสลามถูกสร้างขึ้นบนหลักห้าประการ เศาะฮีห์ “ผู้ใดที่ทำอุตริกรรมขึ้นในศาสนาของเรา โดยสิ่งนั้นไม่ใช่มาจากศาสนาแต่อย่างใด สิ่งนั้นก็ถูกปฏิเสธ เศาะฮีห์ ท่านมีความเห็นอย่างไรเมื่อฉันได้ละหมาดฟัรฎู ฉันได้ถือศีลอดเดือนเราะมะฎอน ฉันทำแต่สิ่งที่หะลาลและละเว้นสิ่งที่หะรอม เศาะฮีห์ “แท้จริง เจ้าได้ถามเรื่องที่ยิ่งใหญ่นัก แต่ทว่ามันเป็นเรื่องง่าย สำหรับผู้ที่อัลลอฮ์ทรงประทานความง่ายดายแก่เขา อัล-นะวาวีย์ กล่าวว่า: หะดีษศอเฮี๊ยะฮ์ คนหนึ่งคนใดในหมู่พวกเจ้าจะยังไม่ศรัทธาอย่างแท้จริง จนกว่าอารมณ์ของเขาจะเห็นตามกับบทบัญญัติที่ฉันได้นำมา เศาะฮีห์ สี่ประการ ผู้ใดที่มีมันทั้งหมดในตัวเขา เขาคือมุนาฟิกแท้ และผู้ใดที่ตัวเขามีลักษณะหนึ่งข้อ เขาก็มีลักษณะของการเป็นมุนาฟิกหนึ่งข้อจนกว่าเขาจะละทิ้งมันไ
بسم الله الرحمن الرحيم พ 16 ญุมาดาลอูลา
الأربعاء 16 جمادى الأولى
أحدب متناقص นูนข้างแรม วันที่ 16.7 / 29.5
ความสว่าง 96%
เดือนดับใน 13 วัน
الحمد لله มวลการสรรเสริญเป็นของอัลลอฮ์

إِنَّ ٱللَّهَ وَمَلَٰٓئِكَتَهُۥ يُصَلُّونَ عَلَى ٱلنَّبِىِّ ۚ يَٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُوا۟ صَلُّوا۟ عَلَيْهِ وَسَلِّمُوا۟ تَسْلِيمًا

แท้จริงอัลลอฮฺและมะลาอิกะฮฺของพระองค์ประสาทพรแก่นะบี โอ้ บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย ! พวกเจ้าจงประสาทพรให้เขาและกล่าวทักทายเขาโดยคารวะ

Al-Ahzab 33:56

การอวยพรแด่ท่านนบี