หะดีษเกี่ยวกับฟิกฮุลอิบาดะฮ์ (ฟิกฮ์ที่เกี่ยวกับการปฏิบัติศาสนกิจ)

อิสลาม > Th > ฮาดีษ > ฟิกฮุลอิบาดะฮ์ (ฟิกฮ์ที่เกี่ยวกับการปฏิบัติศาสนกิจ)

245 หะดีษของท่านนบีพร้อมคำอธิบายเกี่ยวกับ «ฟิกฮุลอิบาดะฮ์ (ฟิกฮ์ที่เกี่ยวกับการปฏิบัติศาสนกิจ)»: ข้อความภาษาอาหรับ คำแปล คำอธิบายและบทเรียน พร้อมระดับความถูกต้องและแหล่งอ้างอิง

อัปเดตเมื่อ 27 ตุลาคม 2026 เวลา 14h02

รายการหะดีษเกี่ยวกับฟิกฮุลอิบาดะฮ์ (ฟิกฮ์ที่เกี่ยวกับการปฏิบัติศาสนกิจ)

เศาะฮีห์ “มุสลิมทุกคนจะต้องอาบน้ำในทุก ๆ เจ็ดวัน โดยเขาจะต้องชำระร่างกายและศีรษะของเขา” เศาะฮีห์ ฉันได้มาหาท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยอิวะสัลลัม เพื่อเข้ารับอิสลาม ดังนั้นท่านก็ใช้ให้ฉันอาบน้ำด้วยน้ำและ(ผสมด้วย)ใบพุทรา เศาะฮีห์ “เมื่อมุอัซซิน (ผู้ประกาศเมื่อถึงเวลาละหมาด) กล่าวว่า "อัลลอฮุอักบัร อัลลอฮุอักบัร"(อัลลอฮ์ผู้ยิ่งใหญ่) ดังนั้นคนหนึ่งคนใดในหมู่พวกเจ้าก็กล่าวตามว่า " เศาะฮีห์ “เมื่อพวกเจ้าได้ยินผู้ที่ประกาศเรียกสู่การละหมาด ก็จงกล่าวตามอย่างที่เขากล่าว แล้วจงทำการเศาะละวาตต่อฉัน เศาะฮีห์ ผู้ใดที่ลืมละหมาดใดละหมาดหนึ่ง ดังนั้นเขาจงละหมาดเมื่อนึกขึ้นได้ ไม่มีการลบล้างบาปสำหรับการทิ้งละหมาดนอกจากด้วยการละหมาด เศาะฮีห์ ผู้ใดทำการสร้างมัสยิดหลังหนึ่งเพื่ออัลลอฮ์ อัลลอฮ์จะสร้างให้แก่เขาหลังหนึ่งเท่ามัสยิดนั้นในสวรรค์ เศาะฮีห์ “การละหมาดในมัสยิดของฉันนี้ดีกว่าการละหมาดหนึ่งพันครั้งในที่อื่น ยกเว้นมัสยิดอัลหะรอม” เศาะฮีห์ หากคนใดคนหนึ่งจากพวกท่านเข้าไปในมัสยิด เขาควรละหมาดสองร๊อกอะฮ์ก่อนที่จะนั่งลง เศาะฮีห์ หากคนหนึ่งคนใดในหมู่พวกท่านต้องการเข้ามัสยิด ก็จงกล่าว"อัลลอฮุม มัฟตะห์ลี อับวาบะเราะห์มะติกะ" และหากต้องการออก ก็จงกล่าวว่า"อัลลอฮุมมะ อินนี อัสอะลุก เศาะฮีห์ แท้จริงสิ่งที่ทำให้บุคคลหนึ่งเข้าสู่การตั้งภาคีและการปฏิเสธศรัทธานั้นคือการละทิ้งละหมาด เศาะฮีห์ แท้จริงพันธสัญญาระหว่างเรากับพวกเขาคือการละหมาด ดังนั้นใครก็ตามที่ละทิ้งมัน แท้จริงเขาได้ปฏิเสธศรัทธา เศาะฮีห์ 'โอ้ บิลาล เอ๋ย จงอิกอมะฮ์เพื่อทำการละหมาดเถิด และเราได้พักผ่อนไปกับมัน' เศาะฮีห์ โอ้มนุษย์เอ๋ย ที่ข้าได้ทำสิ่งนี้เพื่อให้พวกท่านปฏิบัติตามอิหม่าม และเรียนรู้ถึงวิธีการละหมาดของฉัน เศาะฮีห์ “เมื่อพวกเจ้าต้องการละหมาด ก็จงจัดแถวให้ตรง และให้คนหนึ่งนำพวกเจ้าละหมาด และเมื่อเขากล่าวตักบีร พวกเจ้าก็จงกล่าวตักบีรตาม เศาะฮีห์ ขอสาบานต่อผู้ซึ่งชีวิตของฉันอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ แท้จริงฉันเป็นผู้ที่ใกล้เคียงที่สุดในหมู่พวกท่านด้านความคล้ายกับการละหมาดของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะ เศาะฮีห์ การขโมยที่เลวร้ายที่สุดคือผู้ที่ขโมยการละหมาดของเขา" ฉันกล่าวว่า เขาขโมยละหมาดของเขาได้อย่างไร? ท่านตอบว่า: "เขาไม่ทำให้การรุกั๊วะและการสุญูดเกิดขึ้นอ เศาะฮีห์ เมื่อท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ขึ้นมาจากรุกูั๊วะ ท่านจะกล่าวว่า : "สะมิอัลลอฮุ ลิมัน หามิดะฮุ เศาะฮีห์ ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จะกล่าวทุกครั้งหลังการละหมาดฟัรฎูเสร็จว่า เศาะฮีห์ ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวัสัลลัม จะกล่าวระหว่างสองสุญูด ว่า: " ร็อบบิฆฟิรลีย์ ร็อบบิฆฟิรลีย์"(ข้าแต่พระผู้อภิบาลของข้า โปรดอภัยโทษให้ข้าด้วยเถิด ข้ เศาะฮีห์ นั่นคือชัยฏอนที่มีชื่อเรียกว่า คินซับ/คินซิบ หากท่านรู้สึกอย่างนั้น จงขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮ์ให้พ้นจากมัน และถ่มน้ำลายไปทางซ้ายของเจ้า 3 ครั้ง หะซัน ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัม ศาสนทูตของพระผู้เป็นเจ้า ท่านจะอ่านอัลกุรอานให้เราฟังในทุกสถานการณ์ ตราบใดที่ท่านไม่อยู่ในสภาพที่ไม่สะอาดตามบทบัญญ เศาะฮีห์ {พวกเจ้าได้ถือเอาการให้น้ำดื่มแก่ผู้ประกอบพิธีฮัจญ์ และการบูรณะมัสยิดอัล-ฮะรอม ดั่งผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และวันปรโลก.....” [อัตเตาบะฮ์: 19] ไปจนจบอายะ เศาะฮีห์ ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัม จะชำระตัวด้วยน้ำหนึ่งศออ์หลังจากมีเพศสัมพันธ์ และจะอาบน้ำละหมาดด้วยน้ำหนึ่งมุด เศาะฮีห์ ฉันเห็นท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัม ปัสสาวะ จากนั้นอาบน้ำละหมาดและเช็ดถุงเท้า เศาะฮีห์ แท้จริงแล้วท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัม เมื่อท่านทำการละหมาดตอนรุ่งสาง ท่านจะนั่งในที่ละหมาดจนกระทั่งพระอาทิตย์ขึ้น หะซัน “อย่าห้ามเหล่าผู้เป็นสาวของอัลลอฮ์เข้ามัสยิดของอัลลอฮ์ แต่จงให้พวกเธอออกไปในสภาพที่ไม่แต่งกลิ่นหอม” หะซัน เมื่อคนใดคนหนึ่งในหมู่พวกเจ้าเข้าไปในมัสยิด จงให้เขากล่าวเศาะละวาตต่อท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัม และกล่าวว่า: ความว่า: "โอ้พระเจ้า โปรดเปิดประ เศาะฮีห์ ผู้ใดที่ละหมาดเหมือนกับละหมาดของเรา และผินสู่กิบละฮ์เดียวกับเรา และกินสัตว์เชือดของเรา นั่นแหละคือมุสลิม ที่มีการคุ้มครองจากอัลลอฮ์และศาสนทูตของพระองค เศาะฮีห์ ฉันเห็นท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัม ให้สลามทางขวาและทางซ้ายของท่าน จนกระทั่งฉันเห็นแก้มขาวของท่าน หะซัน แท้จริงแล้วบ่าวคนหนึ่งทำการละหมาด และไม่มีการบันทึกการละหมาดนั้นไว้สำหรับเขา เว้นแต่(ได้รับผลบุญ) หนึ่งในสิบ หนึ่งในเก้า หนึ่งในแปด หนึ่งในเจ็ด หนึ่งใ เศาะฮีห์ “ระหว่างทุก ๆ สองอะซาน มีการละหมาด ระหว่างทุก ๆ สองอะซาน มีการละหมาด” จากนั้นท่านก็กล่าวในครั้งที่สาม: “สำหรับผู้ที่ประสงค์” เศาะฮีห์ “พวกท่านจงสอนผู้ที่กำลังใกล้จะตายให้เขากล่าวว่า "ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮ์" เถิด” เศาะฮีห์ “เมื่อลูกหลานของอาดัมได้เสียชีวิต การงานของเขาจะถูกตัดขาดลงยกเว้นเพียงสามประการคือ การบริจาคทานที่ถาวร ความรู้ที่ยังประโยชน์ หรือบุตรที่ดีขอดุอาอ์ให้ก หะสัน ด้วยการรวมทุกสายรายงาน โอ้ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ มารดาของสะอัดเสียชีวิตแล้ว ดังนั้นการบริจาคที่เป็นกุศลอันใดที่ดีที่สุด ท่านนบีกล่าวว่า: “น้ำ” แล้วเขากล่าวว่า: ดังนั้นเขาจึง เศาะฮีห์ “หากเจ้าต้องการ ฉันจะให้สิ่งนี้แก่เจ้า(ทั้งที่แท้จริงแล้ว)ไม่มีส่วนแบ่งสำหรับคนรวยหรือคนแข็งแรงที่พึ่งพาตนเองได้” เศาะฮีห์ จงทำฮัจญ์และอุมเราะห์ต่อไป เพราะการงานทั้งสองนี้ขจัดความยากจนและบาป เช่นเดียวกับที่เตาหลอมขจัดสิ่งสกปรกออกจากเหล็ก ทองคำและเงิน และสำหรับฮัจญ์มับรูรนั เศาะฮีห์ หากมนุษย์รู้ถึงความยิ่งใหญ่ของผลบุญที่ได้จากการเรียกร้องสู่อะซานและการยืนในแถวแรกของการละหมาด แม้พวกเขาจำเป็นต้องจับสลากเพื่อได้โอกาสนั้น พวกเขาก็ยินด เศาะฮีห์ “จงทำแถวหน้าให้เต็มก่อน แล้วจึงตามด้วยแถวถัดไป และหากยังมีแถวใดขาดอยู่ ก็ให้ความขาดนั้นอยู่ในแถวหลังสุด” เศาะฮีห์ “เมื่อการละหมาดเริ่มต้นขึ้นแล้ว จะไม่มีการละหมาดใด ยกเว้นการละหมาดภาคบังคับ(ฟัรฎู)เท่านั้น” เศาะฮีห์ จะมีบางกลุ่มที่ต้องหยุดละเลยการละหมาดวันศุกร์ หรือไม่เช่นนั้นอัลลอฮ์จะตราประทับที่หัวใจของพวกเขา แล้วพวกเขาจะกลายเป็นผู้ที่หลงลืม เศาะฮีห์ ผู้ที่ละเลยการเข้าร่วมละหมาดวันศุกร์ (สามครั้ง) โดยไม่ใส่ใจในความสำคัญของมัน อัลลอฮ์จะประทับตราที่หัวใจของเขา เศาะฮีห์ โอ้บิลาลเอ๋ย จงบอกฉันถึงการงานที่เจ้ามีความหวังมากที่สุดที่ได้ทำไว้ในอิสลาม เศาะฮีห์ เมื่อถึงยุคสุดท้ายจะมีผู้คนกลุ่มหนึ่งเป็นผู้คนอายุยังน้อย ความฉลาดก็ยังน้อย พวกเขาจะพูดถ้อยคำที่ดีที่สุดแห่งมนุษยชาติ พวกเขาจะออกไปจากอิสลามเหมือนลูกศ เศาะฮีห์ ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัม ไม่เคยต่อสู้กับกลุ่มชนใด จนกระทั่งท่านได้เรียกร้องพวกเขาให้เข้ารับอิสลาม เศาะฮีห์ ได้ถูกกำหนดระยะเวลาแก่เราในการตัดหนวด การตัดเล็บ การถอนขนรักแร้ การโกนขนลับ ห้ามไม่ให้เราปล่อยไว้เกินสี่สิบคืน เศาะฮีห์ “ไม่มีเจ้าของทองและเจ้าของเงินคนใดที่ไม่ยอมจ่ายสิทธิของมัน(จ่ายซะกาต) เว้นแต่ในวันกิยามะฮ์จะมีแท่นหลายแท่นทำจากไฟนรก ถูกทำขึ้นสำหรับเขา เศาะฮีห์ “ไม่มีใครในหมู่พวกท่านทั้งหลายนอกจากจะต้องพูดคุยกับอัลลอฮ์ โดยไม่มีการแปลความหมายระหว่างเขากับพระองค์ เศาะฮีห์ บุคคลเจ็ดประเภทที่อัลลอฮ์จะทรงให้ร่มเงาของพระองค์แก่พวกเขา ในวันที่ไม่มีร่มเงาใดๆนอกจากร่มเงาของพระองค์ เศาะฮีห์ รักษาการละหมาด และดูแลสิ่งที่มือขวาของพวกท่านครอบครอง เศาะฮีห์ หายนะแห่งนรก จะประสบกับส้นเท้า จงอาบน้ำละหมาดให้สมบูรณ์เถิด เศาะฮีห์ “อิสลามถูกสร้างขึ้นบนหลักห้าประการ เศาะฮีห์ ท่านมีความเห็นอย่างไรเมื่อฉันได้ละหมาดฟัรฎู ฉันได้ถือศีลอดเดือนเราะมะฎอน ฉันทำแต่สิ่งที่หะลาลและละเว้นสิ่งที่หะรอม เศาะฮีห์ ความสะอาดเป็นครึ่งหนึ่งของการศรัทธา และการกล่าวว่า "อัลหัมดุลิลลาฮ์" (การสรรเสริญเป็นของอัลลอฮ์) ผลบุญของมันจะเต็มตาชั่งในวันกิยามะฮ์ และการกล่าวว่า " เศาะฮีห์ หากผู้ที่เดินผ่านหน้าผู้ที่ละหมาดอยู่ได้รู้ว่าบาปที่ประสบกับเขาคืออะไรเเล้วไซร้ เเน่นอนว่าการที่เขายืนอยู่กับที่เป็นเวลา 40 นั้นเป็นสิ่งที่ดีสำหรับเขา เศาะฮีห์ “น้ำของมันสะอาด และสัตว์(ทะเล)ที่ตายแล้วในนั้น เป็นที่อนุมัติ” เศาะฮีห์ เมื่อน้ำมีปริมาณถึงสองกุลละฮ์ น้ำนั้น จะไม่รับความสกปรก เศาะฮีห์ “เมื่อคนใดในหมู่พวกท่านตื่นจากการนอนของเขา เขาจงสูดน้ำเข้าจมูกเเล้วสั่งออก 3 ครั้ง เพราะเเท้จริงชัยฏอนมันนอนในโพรงจมูกของเขา” เศาะฮีห์ “จงอาบน้ำละหมาดให้ทั่วถึง และจงซอกซอนระหว่างนิ้วมือ และสูดน้ำเข้าจมูกให้ลึก เว้นแต่ในขณะที่เจ้าอยู่ในสภาพถือศีลอด” เศาะฮีห์ ด้วยกับหะดีษบทอื่นๆ มีชายคนหนึ่งทำการอาบน้ำละหมาด แต่เขาละส่วนหนึ่งจากเท้าของเขาเท่าปลายเล็บที่ไม่โดนน้ำ แล้วท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ก็ได้เห็นสิ่งนี้และกล่าวว่ เศาะฮีห์ ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ชำระล้าง หรือท่านอาบน้ำด้วยด้วยน้ำ 1 ศออ์ หรืออาจถึง 5 มุด และท่านจะอาบน้ำละหมาดด้วยน้ำ 1 มุด
بسم الله الرحمن الرحيم พ 16 ญุมาดาลอูลา
الأربعاء 16 جمادى الأولى
أحدب متناقص นูนข้างแรม วันที่ 17.1 / 29.5
ความสว่าง 94%
เดือนดับใน 12 วัน
سبحان الله มหาบริสุทธิ์แด่อัลลอฮ์

إِنَّ ٱللَّهَ وَمَلَٰٓئِكَتَهُۥ يُصَلُّونَ عَلَى ٱلنَّبِىِّ ۚ يَٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُوا۟ صَلُّوا۟ عَلَيْهِ وَسَلِّمُوا۟ تَسْلِيمًا

แท้จริงอัลลอฮฺและมะลาอิกะฮฺของพระองค์ประสาทพรแก่นะบี โอ้ บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย ! พวกเจ้าจงประสาทพรให้เขาและกล่าวทักทายเขาโดยคารวะ

Al-Ahzab 33:56

การอวยพรแด่ท่านนบี