หะดีษเกี่ยวกับฟิกฮ์และหลักพื้นฐานของวิชาฟิกฮ์

อิสลาม > Th > ฮาดีษ > ฟิกฮ์และหลักพื้นฐานของวิชาฟิกฮ์

338 หะดีษของท่านนบีพร้อมคำอธิบายเกี่ยวกับ «ฟิกฮ์และหลักพื้นฐานของวิชาฟิกฮ์»: ข้อความภาษาอาหรับ คำแปล คำอธิบายและบทเรียน พร้อมระดับความถูกต้องและแหล่งอ้างอิง

อัปเดตเมื่อ 27 ตุลาคม 2026 เวลา 14h02

รายการหะดีษเกี่ยวกับฟิกฮ์และหลักพื้นฐานของวิชาฟิกฮ์

เศาะฮีห์ “โอ้บรรดาผู้หญิงทั้งหลาย พวกเธอจงบริจาคกันให้มากเถิด เพราะฉันเห็นว่าพวกเธอส่วนมากเป็นชาวนรก” พวกนางถามว่า: เพราะเหตุใดหรือ โอ้ท่านเราะซูลุลลอฮ์? ท่านต เศาะฮีห์ พวกเราเคยไม่ถือว่าสีขุ่นและสีเหลืองที่(หลั่งออกมา)หลังจากหมดประจำเดือนแล้ว เป็นเลือดประจำเดือนแต่อย่างใด เศาะฮีห์ “เธอจงหยุด(ประกอบศาสนกิจ)ตามระยะเวลาการมีประจำเดือน(ปกติ)ของเธอ หลังจากนั้น เธอจงอาบน้ำ(ยกหะดัษ)” เศาะฮีห์ การอาบน้ำในวันศุกร์เป็นสิ่งจำเป็น(วาญิบ)สำหรับผู้ที่บรรลุศาสนบัญญัติทุกคน และให้เขาทำความสะอาดฟันและใส่น้ำหอม หากเขามี(น้ำหอม) เศาะฮีห์ พวกท่านทั้งหลายจงทำความสะอาดให้ดีหลังจากปัสสาวะ เพราะแท้จริงการลงโทษทั่วๆ ไปในหลุมฝังศพนั้นเกิดจากมัน เศาะฮีห์ แท้จริงท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ห้ามทำการชำระด้วยมูลสัตว์หรือกระดูก เศาะฮีห์ แท้จริงท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เมื่อออกมาจากสถานที่ถ่ายทุกข์ ท่านจะกล่าวว่า: "غُفْرَانَكَ"(ขอพระองค์ทรงให้การอภัยโทษด้วยเถิด) เศาะฮีห์ “คนใดจากพวกท่านอย่าชำระน้อยกว่าหินสามก้อน” เศาะฮีห์ “เมื่อเราะมาฎอนมาถึง ประตูสวรรค์จะถูกเปิด ประตูนรกจะถูกปิด และมารร้ายจะถูกล่ามโซ่” เศาะฮีห์ ผู้ที่ทำการอาซานนั้น จะเป็นคนที่คอที่ยาวที่สุดในวันปรโลก เศาะฮีห์ ผู้หญิงอย่าได้เดินทางเป็นระยะทางสองวัน เว้นแต่จะมีสามีของเธอหรือมะห์ร็อมของเธออยู่ด้วย เศาะฮีห์ สามเวลาที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ห้ามเราละหมาดหรือฝังผู้ตายของเราในระหว่างนั้น เศาะฮีห์ จากซุนนะฮ์ เมื่อมุอัซซินกล่าวในช่วงรุ่งสาง ว่า "หัยยะอะลัลฟะลาห์" ความว่า “จงมาสู่ความสำเร็จเถิด” ให้เขากล่าวต่อ ด้วยว่า: "อัศเศาะลาตุ ค็อยรุม มินัลเน เศาะฮีห์ “ผู้ใดก็ตามที่กล่าว เมื่อเขาได้ยินการเรียกร้อง(การอาซาน) ว่า: (อัลลอฮุมมา ร็อบบะฮาสิหิดดะฮ์ วะติดตามมะฮ์ วัศเศาะลา ติลกออิมะฮ์ อาติ มุฮัมมะดะนิล วะซีล เศาะฮีห์ “คนหนึ่งคนใดในหมู่พวกเจ้าอย่าได้ทำการละหมาดด้วยผ้าผืนเดียว (โดยที่)บนบ่าของเขานั้นไม่มีอะไรเลย” เศาะฮีห์ พวกท่านอย่าได้นั่งบนหลุมฝังศพ และอย่าได้ละหมาดด้วยการหันไปทางมัน เศาะฮีห์ “เกิดอะไรขึ้นกับผู้คนที่เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าในการละหมาด?” คำพูดของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เกี่ยวกับเรื่องนี้รุนแรงยิ่งขึ้น จนกระทั่งท่านได เศาะฮีห์ พวกเขาคือกลุ่มชนที่หากในหมู่พวกเขามีบ่าวที่ศอลิห์หรือคนศอลิห์เสียชีวิต พวกเขาก็จะสร้างมัสยิดบนหลุมศพของเขา เศาะฮีห์ วันกิยามะฮ์จะไม่มาถึง จนกว่าผู้คนจะออกมาอวดอ้างในมัสยิด เศาะฮีห์ ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัม จะเริ่มการละหมาดด้วยการตักบีรและการอ่าน ความว่า: “มวลการสรรเสริญที่สมบูรณ์ยิ่งทั้งหลายเป็นสิทธิของอัลลอฮ์ พระผู้อภ เศาะฮีห์ “ฉันได้รับบัญชาให้สุญูดบนกระดูกเจ็ดชิ้น เศาะฮีห์ เมื่อเจ้าสุญูด จงวางมือทั้งสองของเจ้า และจงยกข้อศอกทั้งสองของเจ้า (ขึ้นจากพื้น) หะซัน ด้วยกับหะดีษบทอื่นๆ ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยอิวะสัลลัม จะกล่าวในระหว่างสองสุญูดว่า "อัลลอฮุมมัฆฟิรลี วัรฮัมนี วะอาฟินี วะฮ์ดินี วัรซุกนี" ความว่า "โอ้อัลลอฮฺ ขอพระองค์ทรง หะซัน ฉันได้ละหมาดร่วมกับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม โดยท่านนบีได้ให้สลามทางด้านขวาของเขา และกล่าวว่า: (อัสสลามุอะลัยกุม วะเราะมาตุลลอ ฮิวะบาเราะกาตุ เศาะฮีห์ اللهم أنت السلام ومنك السلام، تباركت يا ذا الجلال والإكرام” ความว่า “โอ้ พระผู้อภิบาลของข้า พระองค์คือผู้ทรงเปี่ยมด้วยสันติ จากพระองค์นั้นคือที่มาของส เศาะฮีห์ “ใครก็ตามที่กล่าวตัสบีห์ (สุบหานัลลอฮ์) หลังจากการละหมาดทุกเวลาสามสิบสามครั้ง และกล่าวตะห์มีด(อัลหัมดุลิลลาฮ์) สามสิบสามครั้ง และกล่าวตักบีร (อัลลอฮุอ เศาะฮีห์ ใครก็ตามที่อ่านอายะฮ์กุรซีย์ทุกครั้งหลังละหมาดฟัรฎห้าเวลา ไม่มีอุปสรรคใดๆ สำหรับเขาที่จะได้เข้าสวรรค์ เว้นแต่ความตายเท่านั้น เศาะฮีห์ “เจ้าจงละหมาดในสภาพที่ยืน หากไม่สามารถยืนได้ก็ให้นั่ง หากไม่สามารถนั่งได้ก็ให้นอนตะแคง” เศาะฮีห์ หากคนใดคนหนึ่งในหมู่พวกเจ้าเกิดสงสัยในการละหมาดของเขา และเขาไม่รู้ว่าเขาได้ละหมาดไปกี่รอกะอะฮ์แล้ว สามหรือสี่ ก็จงละทิ้งสิ่งที่สงสัยนั้น และจงยึดสิ่งท เศาะฮีห์ ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ไม่ทิ้งสี่ร็อกอะห์ก่อนซุฮรี่และสองร็อกอะฮ์ก่อนรุ่งเช้า เศาะฮีห์ “ผู้ใดรักษาละหมาดสี่ร็อกอะฮ์ก่อนซุฮรี่และสี่ร็อกอะฮ์หลังจากนั้น อย่างสม่ำเสมอ อัลลอฮ์จะทรงห้ามเขาจากไฟนรก” เศาะฮีห์ แท้จริง ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม อ่านในร็อกอะฮ์ทั้งสองแห่งฟัจญ์ริ (ละหมาดซุนนะฮ์ก่อนละหมาดฟัจญ์ริ): (กุลยาอัยยุฮัลกาฟิรูน) ความว่า {จงกล่าวเ เศาะฮีห์ ขณะที่ท่านนบีอยู่บนธรรมาสน์ มีชายคนหนึ่งถามท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัม ว่า “ท่านคิดอย่างไรเกี่ยวกับการละหมาดตอนกลางคืน” ท่านตอบว่า: “ละหมาดสอง เศาะฮีห์ การละหมาดญะมาอะฮ์นั้นดีกว่าการละหมาดคนเดียวด้วยกับยี่สิบห้าเท่าและเหล่าทูตสวรรค์ในยามค่ำคืนและเหล่าทูตสวรรค์ในตอนกลางวันก็รวมตัวกันในการละหมาดรุ่งอรุณ เศาะฮีห์ ท่านได้ยินเสียงอะซานเรียกมาละหมาดหรือไม่?” ชายคนนั้นตอบว่า ใช่ ได้ยิน ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ก็กล่าวว่า “ถ้าเช่นนั้นท่านจำเป็นต้องตอบรับเส เศาะฮีห์ “แถวที่ดีที่สุดสำหรับผู้ชายคือแถวแรก และแถวที่แย่ที่สุดคือแถวสุดท้าย และแถวที่ดีที่สุดสำหรับผู้หญิงคือแถวสุดท้าย และแถวที่แย่ที่สุดคือแถวแรก” หะซัน ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้เห็นชายคนหนึ่งละหมาดอยู่คนเดียวหลังแถว จึงสั่งให้เขาละหมาดใหม่ เศาะฮีห์ “แท้จริง การละหมาดสองเวลา (คือ ฟะญัรและอิชาอ์) นี้ เป็นการละหมาดที่หนักที่สุดสำหรับพวกมุนาฟิก (คนหน้าไหว้หลังหลอก) และหากพวกท่านรู้ถึงคุณค่าของมัน พวก เศาะฮีห์ เมื่อคนหนึ่งคนใดในหมู่พวกเจ้ามาละหมาด แล้วเห็นอีหม่ามกำลังอยู่ในอิริยาบถใด ก็ให้เขาทำอิริยาบทตามที่อีหม่ามกำลังทำอยู่ เศาะฮีห์ “จงชำระนางสามครั้ง หรือห้าครั้ง หรือมากกว่านั้น หากพวกเจ้าเห็นสมควร ด้วยน้ำและใบพุทรา และสุดท้ายให้เติมการบูร หรืออะไรสักอย่างจากการบูร เมื่อเสร็จแล้ว เศาะฮีห์ เมื่อเดือนเราะมะฎอนมาถึง ก็จงทำอุมเราะฮ์ เพราะการทำอุมเราะฮ์ในเดือนรอมะฎอนนั้นเทียบเท่ากับการทำฮัจญ์ เศาะฮีห์ “ผู้ใดที่ประกอบพิธีหัจญ์โดยที่เขางดการมีเพศสัมพันธ์ และไม่กระทำสิ่งชั่วช้าใดๆ เขาผู้นั้นจะกลับมาเสมือนวันที่มารดาของเขาได้คลอดเขาออกมา” เศาะฮีห์ โอ้ ท่านเราะซูลุลลอฮ์ พวกเราเห็นว่าการญิฮาด (การต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮ์) นั้นเป็นศาสนกิจที่ประเสริฐที่สุด ดังนั้น เราควรออกญิฮาดหรือไม่? ท่านตอบว่า "ไ เศาะฮีห์ เมื่ออัลลอฮ์ทรงรวบรวมผู้คนในยุคแรกและยุคหลังไว้ในวันกิยามะฮ์ จะถูกยกธงขึ้นสำหรับผู้ทรยศทุกคน และจะมีการกล่าวว่า: นี่คือการทรยศของคนนั้น ลูกของคนนั้น เศาะฮีห์ ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม สั่งให้เราทำเจ็ดประการ และห้ามไม่ให้เราทำประการ เศาะฮีห์ ในการทำสงครามของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ครั้งหนึ่งนั้นได้พบผู้หญิงคนหนึ่งถูกสังหาร ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมจึงประณามการฆ่าผู้หญิ เศาะฮีห์ ห้ามการนะซัร คือ โดยท่านกล่าวว่า “มันไม่ได้นำมาซึ่งความดี แต่มันจะถูกดึงออกมาใช้จากคนตระหนี่” เศาะฮีห์ ฉันขอสาบานต่ออัลลอฮ์ - หากพระเจ้าทรงประสงค์” - ฉันจะไม่สาบาน และฉันคิดว่ามีสิ่งอื่นดีกว่านั้น เว้นแต่ฉันจะชดใช้คำสาบานของฉัน และฉันจะนำมาในสิ่งที่ดีกว เศาะฮีห์ “สิ่งแรกที่จะถูกตัดสินในหมู่ผู้คนในวันกิยามะฮ์คือเรื่องที่เกี่ยวกับการนองเลือด” เศาะฮีห์ มือจะถูกตัด หนึ่งในสี่ของดีนาร์หรือมากกว่า เศาะฮีห์ จงเอาทรัพย์สินของเขาตามสมควร ซึ่งเพียงพอสำหรับเจ้า และลูก ๆ ของเจ้า เศาะฮีห์ การเป็นยามหนึ่งวันในหนทางแห่งอัลลอฮ์นั้นดีกว่าโลกนี้และสิ่งที่อยู่ในนั้น เศาะฮีห์ ผู้ที่ต่อสู้เพื่อให้พระวจนะของอัลลอฮ์เป็นที่สูงส่ง เขาคือผู้ที่ต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮ์ เศาะฮีห์ ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ทำการเชือดอุฎฮียะฮ์ด้วยแกะสีดำปนขาวสองตัว ซึ่งมันทั้งสองมีเขาแล้ว โดยท่านได้เชือดมันทั้งสองด้วยมือของท่านเอง ท่า เศาะฮีห์ ผู้ใดที่สาบานอย่างเท็จเพื่อให้ได้ทรัพย์สินของบุคคลมุสลิมมาโดยไม่ชอบธรรม ผู้นั้นจะได้พบอัลลอฮ์ในสภาพที่พระองค์ทรงกริ้วเขา เศาะฮีห์ “แท้จริงสัตว์เหล่านี้มีพฤติกรรมหลบหนีเหมือนสัตว์ป่า ดังนั้น หากมีตัวใดเอาชนะพวกเจ้าได้ (ในการจับหรือเชือด) ก็ให้ปฏิบัติกับมันในลักษณะนี้เถิด'” เศาะฮีห์ ห้ามเฆี่ยนใครเกินสิบครั้ง เว้นแต่ภายในขอบเขตที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้ เศาะฮีห์ ผู้ใดที่เลี้ยงสุนัขที่ไม่ใช่สุนัขล่าสัตว์ ไม่ใช่สุนัขที่ใช้เฝ้าปศุสัตว์ เเละไม่ใช่สุนัขเฝ้าที่ดิน(ไร่นา) เเท้จริงจะพร่องลงไปสองกีร็อฏจากผลบุญของเขาในท เศาะฮีห์ ผู้ใดที่ชักอาวุธออกมาเพื่อคุกคามเรา ดังนั้น เขาไม่ใช่พวกเรา เศาะฮีห์ “เมื่อพวกเจ้าได้ยินเสียงประกาศ(เรียกสู่การละหมาด) ก็จงกล่าวตามที่ผู้ประกาศได้กล่าวไว้”
بسم الله الرحمن الرحيم อ 15 ญุมาดาลอูลา
الثلاثاء 15 جمادى الأولى
بدر วันเดือนเต็ม วันที่ 16.5 / 29.5
ความสว่าง 97%
เดือนดับใน 13 วัน
الله أكبر อัลลอฮ์ทรงยิ่งใหญ่ที่สุด

إِنَّ ٱللَّهَ وَمَلَٰٓئِكَتَهُۥ يُصَلُّونَ عَلَى ٱلنَّبِىِّ ۚ يَٰٓأَيُّهَا ٱلَّذِينَ ءَامَنُوا۟ صَلُّوا۟ عَلَيْهِ وَسَلِّمُوا۟ تَسْلِيمًا

แท้จริงอัลลอฮฺและมะลาอิกะฮฺของพระองค์ประสาทพรแก่นะบี โอ้ บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย ! พวกเจ้าจงประสาทพรให้เขาและกล่าวทักทายเขาโดยคารวะ

Al-Ahzab 33:56

การอวยพรแด่ท่านนบี